เรานั่งรถมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง
ตอนนั้นรถแล่นอยู่บนทางด่วนบนถนน บางนา-ตราด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเกือบทุกวัน มาสองปีแล้วล่ะ

วันนี้ก็เหมือนกัน เรามองออกไป เรามองท้องฟ้า เราเห็นเครื่องบิน
มันคงเป็นเพราะเพลงจาก ipod ด้วยละ ที่เป็นตัวช่วยให้เรารู้สึกดีมากๆ จนต้องร้องไห้ออกมา
อ่า...เรามีความสุขจังนะ

จากตึกเรียน เรามองเห็นสนามบิน เรารู้มาตลอดว่าเราชอบสนามบิน
มันเป็นสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรากำลังจำได้ไปเมืองนอก
เรารู้มาตลอดเราอยากไปเมืองนอก เราอยากไปอยู่เมืองนอก
แล้วเราก็ชอบเครื่องบินมาก เราอยากขึ้นเครื่องบิน

ตอนปวช.ปี 2 เราจึงมีความคิดว่า อยากเป็นนักบินจัง
ก็เราเรียนอิเล็กทรอนิกส์นี่ นักบินนี่มันเท่ห์ใครๆ เลยเนอะ เราจะไดขับเครื่องบิน
พาหนะที่คนทั่วไป ไม่มีสิทธิ์ขับ เราจะได้บินไปบนท้องฟ้า เราจะได้ไปเมืองนอก
และยังได้เงินเยอะด้วย

และเราก็เล่าความฝันนี้ให้กับอ.ประกายฉัตร ซึ่งเขาเป็นมรว.ฟังตอนที่เราไปเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านเขา
เขาพูดออกมาเลยทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ การบินไทยมีผู้หญิงเป็นนักบินแค่คนเดียวเอง
จริงๆเราไม่อยากเชื่อเขานะ แต่นะก็เขาเป็นถึงมรว เป็นอาจาร์อักษรจุฬา
บวกกับเราหาข้อมูลเรื่องการเป็นนักบิน มันต้องสอบเยอะมากๆ หลายครั้งกว่าจะได้ทุน
ซึ่งครั้งนึงมีคนสอบหลายพันคนมากๆ แต่ละคนจบวิศวะ สถาปัตย์ มีแต่คนเก่งๆจากสถาบันดังๆทั้งนั้น
วิชาที่สอบก็คือพวกคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ อะไรแนวนี้ อ่า..จนปัญญาจริงๆ ที่จะไปแข่งกับเทพ
มันก็มีอีกทางคือจ่ายค่าเรียนเอง เป็นล้าน ความฝันอันนั้นมีอันพับเก็บไปในที่สุด....

ประจวบกับช่วงนั้นเราเจอกับพี่หน่อย เกือบทุกวัน พี่เขาให้โอกาสเราในการเป็นคอลัมม์นิสต์ DACO
เขียนคอลัมม์ใหเขาทุกเดือน บางครั้งเราก็ใช้สิทธิ์ของสื่อ เข้างานได้ของแถม ได้เข้าที่ดีๆ ได้สัมภาษณ์นักร้องญี่ปุ่นตัวเป็นๆ ก็อย่างที่รู้บ้านักร้องญี่ปุ่นนี่ จะไม่ชอบได้ไง

ในช่วงวันธรรมดา ถ้าหากคนที่เรียนม.ปลายเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ก็คงต้องไปเรียนพิเศษ
แต่เราไปเรียนภาษาญี่ปุ่นกับ Kiyoko san, Atsuko chan, Ryota san และ Miki san ในการเรียนก็จะมีกิจกรรมเยอะมากๆ คือทำทุกอย่างที่คนญี่ปุ่นเขาทำน่ะ
หลังเลิกเรียนบางวันก็ไปงานเปิดตัวศิลปะให้แกลเลอรี่ ต้นสน , Jim Thomson
หรือบางวันก็ไปกินข้าวกันต่อที่ ธนิยะ หรือไปจัดวันเกิดที่ร้าน Big Echo
มีงานเกี่ยวกับญี่ปุ่น อย่างรำวงโอโดริ เราก็ไปกัน ในตอนนั้นเราอายุ 17 เอง

เราได้เห็นหนังสือ โตเกียวไม่มีขา ที่ร้านนายอินทร์ ซีคอน ซึ่งตอนนั้นมันเพิ่งออกอยู่ในโครงการ First hand อะไรสักอย่าง ประมาณว่าเป็นหนังสือเล่มแรกของนักเขียนหน้าใหม่ เราไม่ลังเลที่จะซื้อ เพราะเราซื้อเพราะมันเขียนเกี่ยวกับญี่ปุ่น

เราชอบนิ้วกลมผู้เขียนหนังสือเล่มนี้มาก เขาจบจากสถาปัตย์ จุฬา นอกจากนั้นเราก็ยัง ชอบดูการออกแบบ และศิลปะ จากที่พี่หน่อยพาไปดู
ความฝันใหม่ของเราคือ เราอยากเรียนสถาปัตย์จุฬามาก ที่อื่นไม่สน สนแต่ที่นี่เท่านั้น

แต่แล้วด้วยความไม่พร้อม เวลาแห่งการเอนทรานซ์มาถึง เราจึงไม่สอบเก็บไว้สอบปีหน้า
เพราะมีกฏว่าสอบได้แค่คนละครั้ง
จริงๆเราจะไม่เรียนจะไปเรียน CIDI เลย
แต่แม่เราบอกให้เราเรียนเอแบคไปก่อนเราก็เลยไปเรียน
แต่พอปีใหม่มา เราไม่มีสิทธิ์สอบด้วยเหตุผลที่ว่า เราไม่ได้จบในปีนั้น
รัฐบาลชุดนั้นเฮงซวยที่สุด !!!

เราเลือกเรียนคณะบริหาร แทนที่จะเรียนสถาปัตย์ ก็อย่างที่บอกเราอยากเรียน สถาปัตย์ จุฬา
และคิดว่าปีหน้าจะเอ็นใหม่
ตอนนั้น เราก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า เราจะเลือกเมเจอร์ไหนใน bba ดีวะ?
เราคิดว่าเราจะต้องทำงานในออฟฟิศ ทำงานเป็นนักวิเคราะห์ หรืออะไรสักอย่างในบริษัทดีๆ
แต่เราไม่ได้อยากทำมันเลยนี่

ตลอดเวลาเราตามหาความฝันมาตลอด เราทุกข์มากที่เราตามหามันไม่เจอ

เราไม่รู้ว่าเราอยากเป็นอะไร เรารู้เราชอบร้องเพลง อยากเป็นนักดนตรี หรือนักร้อง แต่เราเล่นไม่เป็น..
เราอยากเรียนดีไซด์ มันเป็นความคิดต่อเนื่องมาจาก สถาปัตย์น่ะแหล่ะ
แต่เราก็ค้นพบว่า เราไม่ชอบวาดรูป และวาดได้ห่วยมาก

เรามีโอกาสได้ไปงานแต่งงานของลูกพี่ลูกน้อง เขาทั้งคู่เป็นสจ๊วตและแอร์ที่  Etihad
เราเห็นพรีเซนเทชั่น รูปของพี่เขากับแฟนเขา
แค่เราดูเราก็รู้สึกดีแล้ว เขาสองคนไปเที่ยวด้วยกันมาเกือบทั้วโลกแล้ว ที่ดังๆ
ความคิดเรื่องการบินมันกลับเข้ามาในหัวเราอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ชัดเจนนัก

เรายังนั่งคิดเกี่ยวกับดีไซด์ไปเรื่อยๆ
เราได้ไปเที่ยวกับเจนที่เชียงใหม่ ในช่วงปิดเทอมใหญ่หลังจบปี2 
ล่องเก่งสนุกมาก
หลังจากนั้นเราก็เข้าเมเจอร์ เป็นอะไรที่ทุกข์มาก เราร้องไห้เกือบทุกเทอมในช่วงสอบ
ก๊อปปี้เพื่อนคีเวช ชวนเราไปแบกแพคที่เวียดนาม เราไม่ได้สนใจอะไรเวียดนามนักหรอก
แต่มันจะมีโอกาสอีกมั้ยนะที่เรายังมีแรง มีเวลาพร้อมลุบขนาดนี้ เราตอบตกลงอย่างไม่ต้องสงสัย
เราได้ไปเวียดนาม ลำบากยังไง ก็รู้สึกดีนะ และรู้สึกว่าถ้าเราไม่ได้มาคงเสียชาติเกิดว่ะ

ในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปฝึกงานที่บางจาก
เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และที่สำคัญที่สุดก็คือรู้จักตัวเอง
เราได้รู้ว่าเราไม่ชอบอะไรยุ่งยาก
เพราะความยุ่งยาก มันทำให้เราไม่มีความสุข มันทำให้เราเครียด แล้วเราก็ไม่มีความสุขโดยไม่รู้ตัว
บางวันในตอนที่ฝึกงาน เราก็อยากยิ้มขึ้นมาซะอย่างงั้นทั้งวัน
และเราไม่ชอบงานนั่งโต๊ะแบบสุดๆ

เราเรียนรู้หลังจากไปเวียดนามว่า เราชอบความอิสระขนาดไหน
ถึงแม้มีแค่เราคนเดียว เราก็มีความสุขแบบสงบๆได้ เราชอบความรู้สึกนี้นะ
อ่อ แล้วไปเวียดนามเรายังรู้เพิ่มมาอีกว่าเราชอบเล่นกับเด็กมากขนาดไหน !!
มีบางครั้งทีเราเซ็งที่เวียดนาม แต่พอมีเด็กผ่านมา แล้วเราก็ไปเล่นกับเขา
เรารู้สึกดีขึ้นมากระทันหันอ่ะ
ขอบคุณน้องเรร่า กับหนุ่มน้อยเวียดนามนะจ้ะ และเด็กน้อยคอื่นๆอีก

เปิดเทอมอีกครั้ง วิชา Entre ที่เราลงทะเบียนไว้ เพื่อนจะได้เรียนกับโอ
โอเลือกทำรายงานเรื่องตะวันออกกลาง และนิวเสนอ Qatar เราโคตรจะงงเลย
มันอยู่ตรงไหนของโลกวะ !!
เราลองเสิร์ชข้อมูลจนพบ http://nokutesu666.exteen.com/
เนื่องจากเจอเรื่องเกี่ยวกับห้างใน Doha ใน Qatar
เราอ่านเรื่องอื่นๆ ในบล็อกของพี่เขา
สาบานได้เลยเราไม่รู้ว่าเขาเป็นใครในตอนแรก และไม่รู้ว่าเขาดัง
เราแค่จะไปหาข้อมูล Qatar เท่านั้น
ครั้งนี้เราเข้าใจตัวเองอย่างชัดเจนแล้ว

ด้วยความที่อยากทดสอบตัวเองเกี่ยวกับเรื่องเด็กเราจึงไปสมัครงาน พี่เลี้ยงเด็ก
ท่ามกลางการคัดค้านของแม่ และคนอื่นๆที่ว่า เรียนตั้งเอแบคไปทำๆไม ได้ตังค์คุ้มมั้ย
ใช่ ! เงินไม่คุ้ม แต่เรามีความสุขมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เรากลับบ้าน เราคิดถึงน้องเค้า
ถึงบางคนเขาร้องไห้เพราะเขาต้องห่างแม่ แต่พอเราเข้าไปกอดเขา เขาจะไม่ปล่อยเราไป
เขาจะต้องการเรา ถ้าเขารักเรา เขาจะไม่ทิ้งเรา...
ถ้าเขาชอบเรา เขาจะมาหาแต่เราคนเดียว คนอื่นมายุ่งเขาก็จะไม่สนใจ
เขาจะเข้ามากอดเรา วิ่งเข้ามาหาเรา เขาจะมานั่งตักเรา แค่เราเอาหน้าเขาออกไปจากตัวเรา
เขาก็ยังขัดขืน
ความรู้สึกนี้มันทำให้เรามีความสุข จริงๆมันคือสิ่งที่คนทุกคนต้องการน่ะแหละว่า
อยากให้คนอื่นรักเรา ต้องการเรา ไม่ทิ้งเราก็เท่านั้น 

ขอบคุณโชคชะตา ที่นำพาเหตุการณ์ต่างๆ ให้มันมาเกิดขึ้นพร้อมเพรียงกันขนาดนี้
ถ้าเราไม่ได้สัมผัสกับมันจริงๆ เราคงไม่เข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้

เราจะพูดให้ตายว่างานนี้มันเป็นแบบไหน มันก็ไม่ได้เข้าใจเหมือนกับเราได้ลงไปสัมผัส หรือคุ้นเคยกับมันหรอก
ที่เราจะจำความรู้สึกตรงนั้น ณ ขณะนั้นของเราต่อสิ่งนั้นได้

เราชอบความอิสระ แน่นอนเราไม่มีพันธะอะไรมาตั้งแต่เกิดแล้ว ฮ่าๆ
เราชอบสนามบิน แค่เดินที่นั่นก็มีความสุขแล้ว
เราชอบการโดนเรียกตัว มันดูว่าเราสำคัญดี
เราชอบเดินทาง เพราะมันทำให้เราได้เปลี่ยนสถานที่ดี ^^
เราอยากไปเมืองนอกมาก ไม่ว่าจะเป็รประเทศอ่ะไร ขอให้ได้ไปเหอะ ทุกประเทศมีเสน่ห์ของมันอยู่ในตัว
เราไม่ชอบทำงานออฟิศแน่นอนที่เรารู้ตัวสุดๆ
เราจะได้สวย ฮ่าๆๆๆ เพราะเราต้องสวย ไม่งั้นแกก็โทรมไปซะนุ่น
เราจะมีบ้านพักเหมือนคอนโด พร้อมค่าน้ำค่าไฟฟรี ที่เมืองนอก
นุ่นชอบของฟรีและอยากอยู่เมืองนอกมว๊ากกก ฮ่าๆๆๆ
เราจะได้เปลี่ยนเพื่อนร่วมงานบ่อยๆ อ่ะนะ คนเดิมๆ ถ้ามันทำไม่ดีกับเรา เราก็ยังจะเห็นหน้ามันต่อไป
เปลี่ยนแหละดีแล้ว
เราจะได้ทำงานเสร็จในเวลา ไม่มีงานมาค้างที่บ้านแน่นอน ก็เราไม่เคยทำงานการบ้านนี่นะ ถ้าไม่ไม่จำเป็นจริงๆ

ตอนนี้เรารู้สึกดีมากๆ
ดีจนร้องไห้
รู้สึกดีมาก
ดีใจกับการรู้ความฝันตัวเองครั้งนี้ ^_____^

ขอบคุณทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
เราดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นรุ่นที่ 1 ของจิตรลดาวิชาชีพ และมีเพื่อนร่วมห้อง 21 คน มีเพื่อนร่วมชั้น 53 คน
ดีใจที่เป็นกับกวาง นิ บิ้ว ที่มาร่วมผ่านเหตุการณ์ในชีวิตกับเรา
ให้เราบอกว่าเราทำอะไรกับพวกแกมั่งนี่ คงไม่จบว่ะ ฮ่าๆๆ
ขอบคุณเพื่อนอิเล็กทุกคน คอยช่วยเหลือ เราอะไรให้ฟัง รู้อะไรที่ไม่เคยรู้อีกเยอะมาก
และแหย่เรา ก็ไม่ค่อยพูดนี่เนอะ แถมยังหน้าตายอีก
ขอบคุณอ้อยที่มาตั้งใจเรียนให้เราเห็น,ไปดู Sug ด้วยกัน,ช่วยพรูฟเกรดตอนเราไม่ว่างโคตรๆ ,เจน ที่ไปเชียงใหม่และหลายอย่างที่ช่วยเรา เราจำวันที่เจนยื่นน้ำ Sqweez ปั่นให้เราตอนที่เราปีนดู ฮีชอลได้ที่ Crystal
ขอบคุณคีเวช เพื่อนร่วมเรียนเมเจอร์ที่พยายามฉุด ผลักดันให้ผ่านเมเจอร์นี้ไป และยังชอบอะไรคล้ายๆกันด้วย
รวมถึงบ้าเพ้อเรื่อง ฝัน พอกัน เราเจอความฝันเราแล้ว มีความสุขมากๆเลยละ
ขอบคุณสเตซี่ เราคุยกับแกเราสบายใจดีอะ ขอบคุณที่ไปค่ายไฟแนนซ์กับเรานะ ค่ายแรกค่ายเดียวในชีวิตมหาลัยเลยละ วันนี้เราจะไปหาแกล่ะๆๆ
ขอบคุณพี่ป้อบพี่ชายของนุ่นที่คอยพานุ่นไปเที่ยว พาไปทะเล พาไปแต่งตัวดีๆ จำได้มั้ย
ขอบคุณตี้ พีช ก๊อปปี้ อ้อย (อีกครั้ง)ที่ไปเวียดนามกับเรา และตี้(อีกครั้ง)ที่ได้ฝึกงานด้วยกัน
ขอบคุณพี่พัน พี่ๆในแผนกภาษี TXD ที่คอยสอนงานและแบ่งขนมกัน นั่งเม้าท์กัน อู้งานข้างๆกัน
นุ่นเห็นพี่เศร้านุ่นก็เศร้า แต่ไม่กล้าถามหรอกนะ :( พี่สำคัญเสมอ
ขอบคุณพี่วุธที่พาไปกินข้าวบ่อยๆ และทนกับความงี่เง่าของนุ่น
ขอบคุณพี่หน่อย เรียวตะ อัตจัง คิโยโกะซัง มิกซัง ที่ทำให้ช่วงชีวิตช่วงนึงของนุ่นมีความสุข สุขสุดๆ
ขอบคุณกู๋เล็กที่พาไปกินข้าว มาเรียกให้ไปช่วยดูโน้ตบุค
นุ่นชอบการโทรตาม และโทรเรียกที่สุด

เราเข้าใจแล้วว่าแค่เราพอใจ เราก็โคตรจะมีความสุขอ่ะ

Comment

Comment:

Tweet

อยากเป็นสจ๊วตก็ต้องขยันอ่านหนังสือโดยเฉพาะภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมตัวไปสอบ TOEIC ด้วยนะครับ คะแนน TOEIC จะสำคัญสำหรับการนำเอามาสมัครเป็นแอร์ สจ๊วตเป็นหนึ่งปัจจัยที่ต้องเตรียมไว้ครับ ถ้าน้องๆที่กำลังเตรียมตัวสอบอยู่ก็ลองเข้าไปดูเทคนิคดีๆในการสอบจาก Pornpan Academy ได้ครับ http://www.youtube.com/watch?v=prvkSb7JdaQ surprised smile

#4 By สจ๊วต กับ คะแนนTOEIC (10.209.8.21, 202.12.97.125) on 2011-12-16 10:47

ซึ้งอ่ะนุ่น

เพิ่งได้เข้ามาอ่าน

ดีใจที่นุ่นมีความฝัน
และดีใจที่นุ่นมีความสุขล่ะ

#1 By kikuno on 2010-10-03 14:07

free counters